วันพุธที่ 22 สิงหาคม 2555 เวลา 16:20 น.
วันนี้ ( 22 ส.ค. ) นายกฤษณ์ จันทโนทก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเงินฝากและการลงทุน และประกันภัยธนพัทธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า การแข่งขันระดมเงินฝากในช่วงที่เหลือของปี (ก.ย.-ธ.ค.)ยังรุนแรง เพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ตั๋วสัญญาใช้เงินหรือบีอีจะครบกำหนดมากขึ้น ประกอบกับ พันธบัตรออมทรัพย์ของรัฐจะครบอายุในอีก 2 เดือนข้างหน้าวงเงิน 200,000 ล้านบาท จะทำให้ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งต้องหาแคมเปญเงินฝากหลายประเภท เช่น หุ้นกู้ หรือตราสารหนี้ดึงดูดลูกค้า และจะส่งผลให้สภาพล่องในระบบมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น
สินเชื่อตั้งแต่ช่วงนี้จนถึงปลายปีอาจเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงมากน้อยแค่ไหนขึ้นกับนโยบายของธนาคารแต่ละแห่ง โดยหากธนาคารไหนที่เน้นลูกค้ารายใหญ่และปล่อยสินเชื่อไปแล้วต้นปีจะทำให้สินเชื่อปลายปีลดลง แต่ธนาคารที่เน้นลูกค้ารายย่อยและช่วงต้นปีปล่อยไม่ได้มากนักจะเร่งปล่อยสินเชื่อปลายปี
ทั้งนี้ในส่วนของธนาคารเน้นขยายฐานลูกค้าเงินฝากออมทรัพย์เพิ่มขึ้น โดยเปิดตัว เงินฝากออมทรัพย์จัดให้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายและหวังให้ลูกค้าใช้บัญชีเงินฝากของธนาคารเป็นบัญชีหลักทำธุรกรรมทางการเงิน ให้ดอกเบี้ย 2.5 % ต่อปี ฟรีค่าธรรมเนียมการเบิกถอนและโอนเงินต่างธนาคาร รวมถึงฟรีชำระบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ 5 บิลต่อเดือนผ่านสาขาธนาคารทั่วประเทศและกรุงศรี ออนไลน์ แต่ลูกค้าจะต้องจ่ายค่าเอทีเอ็มรายปี 250 บาท จากปกติออมทรัพย์ทั่วไปอยู่ที่ 200 บาท และไม่จำกัดวงเงินขั้นต่ำในบัญชี คาดว่าจะทำให้ธนาคารมีบัญชีเงินฝากเพิ่มขึ้น 200,000 บัญชีในสิ้นปีนี้ จากฐานบัญชีเงินฝากที่มีอยู่กว่า 1 ล้านบัญชี
สำหรับแคมเปญเงินฝาก ออมทรัพย์มีแต่ได้ ดอกเบี้ย 2.9% ต่อปี ที่เปิดตัวตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย.จนถึงปัจจุบันมียอดเงินฝากแล้ว 104,000 ล้านบาท และทำให้สัดส่วนเงินฝากออมทรัพย์อยู่ที่ 47% เชื่อว่าสิ้นปีนี้ฐานเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารจะอยู่ที่ 700,000 ล้านบาท